ถึงเวลาเกาหลีใต้ขยับ! บีโอไอจีบ 3 ยักษ์ขยายลงทุนไทย
ถึงเวลาเกาหลีใต้ขยับ! บีโอไอจีบ 3 ยักษ์ “Hyundai-T-Robotics-COSMAX” ขยายลงทุนไทย
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ได้หารือแผนการลงทุนกับบริษัทชั้นนำของเกาหลีใต้ 3 ราย ได้แก่ Hyundai, T-Robotics และ COSMAX รวมถึงหารือกับสภาอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ (FKI)
เป้าหมายสำคัญคือการนำเสนอศักยภาพของประเทศไทย ผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและเทคโนโลยีแห่งอนาคต รวมถึงขยายความร่วมมือและสร้างเครือข่ายกับภาคธุรกิจเกาหลีใต้
Hyundai ต่อยอดฐาน EV สู่แบตเตอรี่และซัพพลายเชนไทย
บริษัท Hyundai Motor หนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำระดับโลกจากเกาหลีใต้ มุ่งพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจน หุ่นยนต์ และเทคโนโลยี AI
Hyundai เข้ามาลงทุนในประเทศไทยและได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอในการตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) และแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยเริ่มดำเนินการผลิตจริงตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นมา
การหารือครั้งนี้ บีโอไอเสนอแนวทางยกระดับการลงทุนของ Hyundai ในไทย จากฐานการผลิตรถยนต์ EV และแบตเตอรี่ ไปสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มและใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น ทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา การผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) รวมถึงการพัฒนาซัพพลายเออร์ไทย และเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของ Hyundai Motor
T-Robotics ดึงหุ่นยนต์ขั้นสูง เสริมแกร่งฐานผลิตเซมิคอนดักเตอร์
อีกหนึ่งบริษัทที่บีโอไอเดินหน้าดึงลงทุนคือ T-Robotics ผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์สำหรับอุตสาหกรรมจากเกาหลีใต้ และเป็นหนึ่งในพันธมิตรหลักของ Applied Materials ผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก
T-Robotics เป็นบริษัทเพียงแห่งเดียวในเกาหลีใต้ที่เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ลำเลียงในระบบสุญญากาศ (Vacuum Transfer Robot) โดยมีเทคโนโลยีสำคัญ เช่น Vacuum Robot สำหรับกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในห้องคลีนรูม หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMR) สำหรับขนส่งวัสดุและสินค้าในโรงงานและระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ รวมถึง TR-WORKS หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นใหม่สำหรับภาคอุตสาหกรรม
เลขาธิการบีโอไอและคณะได้เชิญชวน T-Robotics เข้ามาลงทุนและขยายธุรกิจในไทย เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และการผลิตอัจฉริยะ รวมถึงใช้ประเทศไทยเป็นฐานรองรับตลาดอาเซียนในอนาคต
ขณะเดียวกัน บริษัทได้เสนอแนวทางขับเคลื่อนความร่วมมือด้านหุ่นยนต์ไทย-เกาหลีใต้ ครอบคลุมการพัฒนาบุคลากรด้านหุ่นยนต์ผ่านความร่วมมือระหว่างบริษัทและมหาวิทยาลัยของไทย การสร้างห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนหุ่นยนต์ และการเชื่อมโยงกับกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในไทย
ด้านการพัฒนาบุคลากร บีโอไอได้เชิญชวนบริษัทเข้ามาร่วมสนับสนุนโครงการพัฒนาบุคลากรทักษะสูง (Skill Bridge) ของไทย ซึ่งบริษัทแสดงความสนใจในเรื่องนี้
COSMAX เดินหน้าขยายฐานไทย ดัน R&D ความงามสู่ศูนย์กลางอาเซียน
สำหรับ COSMAX ผู้นำระดับโลกด้านการวิจัย พัฒนา และผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพให้กับแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก ปัจจุบันมีโรงงานผลิต 27 แห่ง ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม 9 แห่ง และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 8,000 รายการต่อปี
COSMAX เข้ามาลงทุนในไทยตั้งแต่ปี 2561 โดยได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในกิจการวิจัยและพัฒนา และศูนย์ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงมีโรงงานผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่จังหวัดสมุทรปราการ
ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการลงทุนเพิ่มเติมกว่า 1,800 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตด้วยการสร้างโรงงานแห่งใหม่ โดยมีการจ้างงานบุคลากรไทยแล้วกว่า 500 คน และเตรียมเพิ่มเป็นกว่า 700 คนในปีหน้า พร้อมนำเทคโนโลยีระบบการผลิตอัจฉริยะมาใช้ และยกระดับการทดสอบผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานสากล
นอกจากนี้ COSMAX ยังวางบทบาทเป็น “ประตูเชื่อม” นำเทคโนโลยีการวิจัยและการผลิตของเกาหลีใต้ หรือ K-Beauty สู่ผู้ประกอบการไทย และผลักดันอุตสาหกรรมความงามของไทย หรือ T-Beauty สู่ตลาดโลกในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ
ที่ผ่านมา บริษัทได้ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กับแบรนด์ไทยหลายราย เช่น ผลิตภัณฑ์ของศรีจันทร์ ซึ่งเป็นลูกค้าไทยรายแรกของบริษัทและมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าแบรนด์ไทยสามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยเทคโนโลยีระดับสากลและการผลิตที่ได้มาตรฐานภายในประเทศ
ด้านการวิจัยและพัฒนาบุคลากร COSMAX มีความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ในการพัฒนาส่วนผสมและสารสกัดจากวัตถุดิบไทย เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ และสร้างอัตลักษณ์ของเครื่องสำอางไทย
ในการหารือครั้งนี้ บีโอไอได้กระตุ้นให้ COSMAX พิจารณาขยายการลงทุนเพิ่มเติมในส่วนของห้องปฏิบัติการวิจัยและการฝึกอบรม เพื่อยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางด้าน R&D และนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงเพิ่มการใช้วัตถุดิบในประเทศ และเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัท
บีโอไอจับมือ FKI เปิดเกมลงทุนไทย-เกาหลี
นอกจากนี้ ยังหารือกับผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ (The Federation of Korean Industries: FKI) ที่มีสมาชิกครอบคลุมบริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมสำคัญ ทั้งยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ปิโตรเคมี พลังงาน อากาศยาน อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และเครื่องจักรอุตสาหกรรม
โดยนำเสนอนโยบายส่งเสริมการลงทุนและมาตรการสนับสนุนของไทย พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มการลงทุนในต่างประเทศของภาคธุรกิจเกาหลี และหารือแนวทางเชื่อมโยงบริษัทสมาชิก FKI กับโอกาสการลงทุนในไทย
FKI ระบุว่า บริษัทเกาหลีกำลังมุ่งขยายการลงทุนใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ หุ่นยนต์ (Physical AI) และ AI Data Center
ขณะที่การลงทุนของเกาหลีใต้ในอาเซียนเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวนับจากปี 2553 เป็นราว 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยไทยมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบการเงินดีกว่าค่าเฉลี่ยอาเซียน จึงยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก
สำหรับ เกาหลีใต้มีจุดแข็งทั้งด้าน High Tech และ High Touch ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ยานยนต์สมัยใหม่ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัลและ AI ไปจนถึงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สุขภาพและความงาม ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพและต้องการดึงการลงทุนเพิ่มเติม
เกาหลีใต้ลงทุนไทยต่อเนื่องกว่า 5 ปี ยื่นขอส่งเสริม 167 โครงการ
เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศผู้ลงทุนสำคัญในไทย โดยในช่วงกว่า 5 ปีที่ผ่านมา ระหว่างปี 2564–ครึ่งแรกของปี 2569 มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจำนวน 167 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 65,900 ล้านบาท โครงการส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ ผลิตภัณฑ์โลหะและวัสดุ และเคมีภัณฑ์
โดยมีนักลงทุนรายสำคัญที่ขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เช่น Samsung Electronics ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า, LG Electronics ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า, Hyundai Motor ในรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่, Posco ในอุตสาหกรรมเหล็ก, Hanwha ในเคมีภัณฑ์ และ Doosan ใน Prepreg และ Copper Clad Laminate สำหรับแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB